ฆ่าตัวตายเป็นเรื่องป้องกันได้
(บทความที่ผมเขียนลงในนิตยสาร Bridge ครับ)
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทางบวก เราเชื่อว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐ เพราะมีสติปัญญาสูง สามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการ ทำให้มนุษย์มีอารยธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ของตนเอง ส่วนในทางลบ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่สามารถคิดร้ายต่อตนเองโดยการ "ฆ่าตัวตาย" ได้
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า "ฆ่า" คือ การทำให้ตาย แต่ไม่ได้บันทึกความหมายของคำว่า "ฆ่าตัวตาย" เอาไว้ อาจเพราะเป็นคำที่มีความหมายอยู่ในตัวเองแล้วนั่นคือการทำให้ตนเองเสียชีวิตโดยเจตนา ดังนั้นเวลาที่เราพูดว่า "การสูบบุหรี่เป็นการฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่ง" จึงเป็นเพียงการอุปมาหรือเปรียบเปรยเท่านั้น เพราะแม้ผู้ที่สูบบุหรี่จะรู้โทษของมันดี ก็คงไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตนเองตายเพราะบุหรี่ ดังนั้นคนที่ฆ่าตัวตายจึงมีความคาดหวังที่จะให้ตนเองเสียชีวิตในทันทีหรือมีกำหนดเวลาไว้แน่นอน
เราพบว่ามีการฆ่าตัวตายมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเดิมทีมีสาเหตุมาจากความเชื่อในเรื่องการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง เช่น การฮาราคีรีของชาวญี่ปุ่นในสมัยซามูไร อีกเหตุผลเป็นการทำเพื่ออุดมการณ์ของกลุ่ม เช่น การระเบิดพลีชีพ และยุทธวิธีกามิกาเซ่ในสมัยสงครามโลก ในยุคสมัยปัจจุบันนั้นการฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มีสาเหตุที่แตกต่างออกไป โดยมากเกิดจากความผิดหวังอย่างรุนแรงในชีวิต เช่น เป็นโรคร้ายแรง หรือผิดหวังจากความรัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบองค์ประกอบของสาเหตุของการฆ่าตัวตายที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากกว่าหนึ่งแสนคนต่อปีมักเกิดในทวีปยุโรป(วิกิพิเดีย ,2008) เช่น ลิทัวเนีย , เบลารุส และรัสเซีย ส่วนในเอเชียมีเพียงประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงรองลงมาคือประเทศในทวีปออสเตรเลีย และประเทศแถบอเมริกาเหนือ ส่วนในเอเชียมีประเทศจีนกับเกาหลีใต้ ส่วนประเทศที่มีรายงานการฆ่าตัวตายต่ำกว่าที่อื่นๆคือประเทศแถบแอฟริกา
เมื่อพิจารณาปรากฏการณ์ดังกล่าวเราพบว่ามีองค์ประกอบร่วมของประเทศที่มักพบการฆ่าตัวตายก็คือ มักเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น มีกลางวันสั้นและกลางคืนที่ยาวนาน ทุกครั้งที่เข้าฤดูหนาวก็มักพบว่าอัตราของคนฆ่าตัวตายสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศ และแสงสว่างมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองของเรา ดังนั้นคนที่มีความคิดอยากตายจึงไม่ควรอยู่ในบรรยากาศที่มืดและไม่มีแสงอาทิตย์ เพราะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความคิดและทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น ฟังดูอาจเป็นเหมือนเรื่องตลกและอาจรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับคนไทย แต่จากรายงานปี2550ของโครงการผู้ที่เสี่ยงภัยต่อการฆ่าตัวตาย(suicidethai.com)พบว่า สามจังหวัดแรกในประเทศไทยที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดคือ ลำพูน , เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ซึ่งทั้งสามจังหวัดอยู่ในภาคเหนือของประเทศ แถบที่มีอากาศหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ
อัตราการฆ่าตัวตายของไทยอยู่ในราว 5.77ต่อประชากรแสนคน(2549) จากสถิติเรามักพบว่าคนที่ไร้ญาติขาดมิตร และยังโสดมีโอกาสฆ่าตัวตายสูงกว่าโดยเฉพาะในผู้หญิง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตคนรอบข้างว่ามีใครหรือไม่ที่มักจะแยกตัวไปอยู่คนเดียวบ่อยๆ และมีใครบ้างหรือไม่ที่ขาดเพื่อน เพราะท่านสามารถช่วยเขาได้โดยการเข้าไปใช้เวลากับเขา ซึ่งบางทีท่านอาจไม่ต้องพูดอะไรมากเลย เพียงแต่แสดงความสนใจในสิ่งที่เขาพูดบ้างเท่านั้น แต่ในทางกลับกันเราก็สามารถทำให้เขาตัดสินใจทำร้ายตนเองได้ง่ายขึ้น จากการแสดงท่าทางรังเกียจ ไม่ใส่ใจ หรือทอดทิ้ง
นอกจากนี้เราพบว่าโรคซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กับปัญหาการฆ่าตัวตายอย่างมาก อาจเป็นเพราะอาการจากโรคและวิธีดำเนินชีวิตของพวกเขาเอง จากประสบการณ์ทำงานกับคนที่มีความคิดฆ่าตัวตายในกรุงเทพฯมาเจ็ดปีผมพบลักษณะร่วมบางอย่างของคนที่มีปัญหาเหล่านั้น ซึ่งน่าจะใช้เป็นข้อสังเกตได้ คือ มักจะตื่นสายมากๆ กลางคืนนอนไม่หลับ หรือถ้าตื่นก็ไม่ลุกจากที่นอนได้เป็นเวลาหลายวัน มักชอบอยู่ในห้องที่ปิดม่านหนาๆทึบๆ มักใช้เวลากับโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์อยู่ในห้อง เป็นเวลานาน มีปัญหาด้านการเรียน ถ้าเป็นผู้หญิงมักพบเรื่องการกรีดแขนหรือข้อมือ ส่วนผู้ชายมักมีปัญหาในการเข้าสังคม
แน่นอนว่าผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนย้ายมาอยู่เขตร้อนกันหมด เพราะนอกจากการย้ายบ้านจะเป็นเรื่องยุ่งยากมากแล้ว ปัจจัยเรื่องภูมิอากาศก็ไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความคิดในทางลบได้ง่ายขึ้น การแก้ไขคนที่มีความคิดอยากตายไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะต้องใช้ความอดทน ความรักอย่างมากในการให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นการป้องกันก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า คำถามก็คือเราควรจะป้องกันปัญหานี้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันที่ตนเองหรือป้องกันคนที่เรารักผมขอเสนอวัคซีนที่น่าจะสามารถป้องกันปัญหาฆ่าตัวตายอย่างได้ผล
วัคซีนแรกคือ การยอมรับทางจิตใจ คนทุกคนต่างต้องการการยอมรับ แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่เรามักใช้วัตถุสิ่งของ ระดับการศึกษาเป็นเกณฑ์การยอมรับ ดังนั้นในวันที่เราไม่หลงเหลือสิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้เราอยากทำร้ายตนเองได้ การยอมรับที่สามารถเป็นวัคซีนป้องกันความคิดฆ่าตัวตายนั้นต้องเป็นการยอมรับทางจิตใจ เราสามารถสังเกตสิ่งนี้ได้จากครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งพ่อแม่ยอมรับลูกๆของตนแม้ว่าลูกอาจเรียนไม่เก่ง หรือความสัมพันธ์ที่มีต่อมิตรภาพอันแนบแน่น ที่แม้เพื่อนอาจไม่ใช่คนเด่นดัง และไม่มีผลประโยชน์ก็ยังคงได้รับการยอมรับในหมู่เพื่อนทุกคน การให้การยอมรับจากสถานภาพซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงนี้เป็นยาที่ได้ผลอย่างวิเศษช่วยต่อต้านความคิดด้านลบต่างๆได้เป็นอย่างดี
วัคซีนตัวต่อมาคือ การใช้เวลาร่วม หลายครั้งที่คนเรารู้สึกเหงาได้แม้อยู่ท่ามกลางคนมากมาย นั่นเพราะเราไม่ได้ใช้เวลาร่วม แต่แค่อยู่ในสถานที่เดียวกัน การใช้เวลาร่วมไม่ได้หมายความว่าต้องพูดคุยกันตลอดเวลา แต่หมายถึงความรู้สึกสัมผัสว่าต่างอยู่ในขอบเขตความสนใจของอีกฝ่าย ความอบอุ่นจากการใช้เวลาร่วมจะช่วยละลายหัวใจแห่งความเหน็บหนาว จากความเงียบเหงาและอ้างว้าง การได้รู้ว่ามีใครคนหนึ่งเสมออยู่ใกล้ๆเราเป็นยาที่มีพลังอย่างมากในการเอาชนะความโศกเศร้า
วัคซีนสุดท้ายคือ การมองข้ามความต้องการของตนเอง ในทางจิตวิทยาเราพบว่าคนที่มีปัญหาทางจิตใจมักนำตัวเองมาเป็นศูนย์กลางและไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนเพียงใดกับความต้องการของตน ซ้ำร้ายยังใช้นิสัยนี้เพื่อให้อีกฝ่ายพิสูจน์ความรักที่มีต่อตนเอง และเมื่อตนเองรับรู้ว่าความรักที่ได้ดูน้อยลงไปก็แทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป การมองข้ามความต้องการของตนไม่ได้หมายถึงการไม่รักตนเอง แต่หมายถึงการให้ความสนใจกับความต้องการของคนอื่นไม่ต่างจากตนเอง เหมือนคำสอนที่ว่า "รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" ยาชนิดนี้เป็นเหมือนท่อส่งถ่ายความรักที่ไม่ใช่การตามใจไปเสียทุกอย่าง แต่รู้สึกว่าเรื่องของคนที่อยู่ข้างๆเราเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราด้วย มีคำกล่าวว่าเมื่อเราอยู่ใกล้ใครเราก็จะเป็นเหมือนคนๆนั้น แน่นอนว่าความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวนี้จะปลูกถ่ายจากหัวใจดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่ง และแพร่พันธุ์เมล็ดแห่งความรักที่จะทำให้เราไม่สามารถคิดถึงเรื่องร้ายๆได้อีกเลย
นับเป็นข่าวดีที่เราสามารถค้นพบวัคซีนนี้ได้ไม่ยาก เพราะเรามีสิ่งนี้อยู่ในจิตใจของเราทุกคน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงระวังก็คือ การที่เราจะรวมวัคซีนสามชนิดนี้เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราจำเป็นต้องใช้สารละลายแห่งความเต็มใจ ช่วยในการผสม นั่นเพราะคนที่มีแนวโน้มจะมีความคิดทางลบเช่นนี้ มักจะไวต่อความรู้สึกทางลบและความไม่เต็มใจ ดังนั้นเมื่อจะใช้เวลากับคนที่เราอยากป้องกันความคิดฆ่าตัวตายแก่เขา จงแน่ใจว่าท่านพร้อมที่จะมอบเวลาอย่างยอมรับ โดยมองข้ามความต้องการของตนเองอย่างเต็มใจได้
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทางบวก เราเชื่อว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐ เพราะมีสติปัญญาสูง สามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการ ทำให้มนุษย์มีอารยธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ของตนเอง ส่วนในทางลบ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่สามารถคิดร้ายต่อตนเองโดยการ "ฆ่าตัวตาย" ได้
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่า "ฆ่า" คือ การทำให้ตาย แต่ไม่ได้บันทึกความหมายของคำว่า "ฆ่าตัวตาย" เอาไว้ อาจเพราะเป็นคำที่มีความหมายอยู่ในตัวเองแล้วนั่นคือการทำให้ตนเองเสียชีวิตโดยเจตนา ดังนั้นเวลาที่เราพูดว่า "การสูบบุหรี่เป็นการฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่ง" จึงเป็นเพียงการอุปมาหรือเปรียบเปรยเท่านั้น เพราะแม้ผู้ที่สูบบุหรี่จะรู้โทษของมันดี ก็คงไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ตนเองตายเพราะบุหรี่ ดังนั้นคนที่ฆ่าตัวตายจึงมีความคาดหวังที่จะให้ตนเองเสียชีวิตในทันทีหรือมีกำหนดเวลาไว้แน่นอน
เราพบว่ามีการฆ่าตัวตายมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเดิมทีมีสาเหตุมาจากความเชื่อในเรื่องการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง เช่น การฮาราคีรีของชาวญี่ปุ่นในสมัยซามูไร อีกเหตุผลเป็นการทำเพื่ออุดมการณ์ของกลุ่ม เช่น การระเบิดพลีชีพ และยุทธวิธีกามิกาเซ่ในสมัยสงครามโลก ในยุคสมัยปัจจุบันนั้นการฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มีสาเหตุที่แตกต่างออกไป โดยมากเกิดจากความผิดหวังอย่างรุนแรงในชีวิต เช่น เป็นโรคร้ายแรง หรือผิดหวังจากความรัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบองค์ประกอบของสาเหตุของการฆ่าตัวตายที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากกว่าหนึ่งแสนคนต่อปีมักเกิดในทวีปยุโรป(วิกิพิเดีย ,2008) เช่น ลิทัวเนีย , เบลารุส และรัสเซีย ส่วนในเอเชียมีเพียงประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงรองลงมาคือประเทศในทวีปออสเตรเลีย และประเทศแถบอเมริกาเหนือ ส่วนในเอเชียมีประเทศจีนกับเกาหลีใต้ ส่วนประเทศที่มีรายงานการฆ่าตัวตายต่ำกว่าที่อื่นๆคือประเทศแถบแอฟริกา
เมื่อพิจารณาปรากฏการณ์ดังกล่าวเราพบว่ามีองค์ประกอบร่วมของประเทศที่มักพบการฆ่าตัวตายก็คือ มักเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น มีกลางวันสั้นและกลางคืนที่ยาวนาน ทุกครั้งที่เข้าฤดูหนาวก็มักพบว่าอัตราของคนฆ่าตัวตายสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะภูมิอากาศ และแสงสว่างมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองของเรา ดังนั้นคนที่มีความคิดอยากตายจึงไม่ควรอยู่ในบรรยากาศที่มืดและไม่มีแสงอาทิตย์ เพราะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความคิดและทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น ฟังดูอาจเป็นเหมือนเรื่องตลกและอาจรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับคนไทย แต่จากรายงานปี2550ของโครงการผู้ที่เสี่ยงภัยต่อการฆ่าตัวตาย(suicidethai.com)พบว่า สามจังหวัดแรกในประเทศไทยที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดคือ ลำพูน , เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ซึ่งทั้งสามจังหวัดอยู่ในภาคเหนือของประเทศ แถบที่มีอากาศหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ
อัตราการฆ่าตัวตายของไทยอยู่ในราว 5.77ต่อประชากรแสนคน(2549) จากสถิติเรามักพบว่าคนที่ไร้ญาติขาดมิตร และยังโสดมีโอกาสฆ่าตัวตายสูงกว่าโดยเฉพาะในผู้หญิง ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตคนรอบข้างว่ามีใครหรือไม่ที่มักจะแยกตัวไปอยู่คนเดียวบ่อยๆ และมีใครบ้างหรือไม่ที่ขาดเพื่อน เพราะท่านสามารถช่วยเขาได้โดยการเข้าไปใช้เวลากับเขา ซึ่งบางทีท่านอาจไม่ต้องพูดอะไรมากเลย เพียงแต่แสดงความสนใจในสิ่งที่เขาพูดบ้างเท่านั้น แต่ในทางกลับกันเราก็สามารถทำให้เขาตัดสินใจทำร้ายตนเองได้ง่ายขึ้น จากการแสดงท่าทางรังเกียจ ไม่ใส่ใจ หรือทอดทิ้ง
นอกจากนี้เราพบว่าโรคซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กับปัญหาการฆ่าตัวตายอย่างมาก อาจเป็นเพราะอาการจากโรคและวิธีดำเนินชีวิตของพวกเขาเอง จากประสบการณ์ทำงานกับคนที่มีความคิดฆ่าตัวตายในกรุงเทพฯมาเจ็ดปีผมพบลักษณะร่วมบางอย่างของคนที่มีปัญหาเหล่านั้น ซึ่งน่าจะใช้เป็นข้อสังเกตได้ คือ มักจะตื่นสายมากๆ กลางคืนนอนไม่หลับ หรือถ้าตื่นก็ไม่ลุกจากที่นอนได้เป็นเวลาหลายวัน มักชอบอยู่ในห้องที่ปิดม่านหนาๆทึบๆ มักใช้เวลากับโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์อยู่ในห้อง เป็นเวลานาน มีปัญหาด้านการเรียน ถ้าเป็นผู้หญิงมักพบเรื่องการกรีดแขนหรือข้อมือ ส่วนผู้ชายมักมีปัญหาในการเข้าสังคม
แน่นอนว่าผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนย้ายมาอยู่เขตร้อนกันหมด เพราะนอกจากการย้ายบ้านจะเป็นเรื่องยุ่งยากมากแล้ว ปัจจัยเรื่องภูมิอากาศก็ไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความคิดในทางลบได้ง่ายขึ้น การแก้ไขคนที่มีความคิดอยากตายไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะต้องใช้ความอดทน ความรักอย่างมากในการให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นการป้องกันก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า คำถามก็คือเราควรจะป้องกันปัญหานี้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันที่ตนเองหรือป้องกันคนที่เรารักผมขอเสนอวัคซีนที่น่าจะสามารถป้องกันปัญหาฆ่าตัวตายอย่างได้ผล
วัคซีนแรกคือ การยอมรับทางจิตใจ คนทุกคนต่างต้องการการยอมรับ แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่เรามักใช้วัตถุสิ่งของ ระดับการศึกษาเป็นเกณฑ์การยอมรับ ดังนั้นในวันที่เราไม่หลงเหลือสิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้เราอยากทำร้ายตนเองได้ การยอมรับที่สามารถเป็นวัคซีนป้องกันความคิดฆ่าตัวตายนั้นต้องเป็นการยอมรับทางจิตใจ เราสามารถสังเกตสิ่งนี้ได้จากครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งพ่อแม่ยอมรับลูกๆของตนแม้ว่าลูกอาจเรียนไม่เก่ง หรือความสัมพันธ์ที่มีต่อมิตรภาพอันแนบแน่น ที่แม้เพื่อนอาจไม่ใช่คนเด่นดัง และไม่มีผลประโยชน์ก็ยังคงได้รับการยอมรับในหมู่เพื่อนทุกคน การให้การยอมรับจากสถานภาพซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงนี้เป็นยาที่ได้ผลอย่างวิเศษช่วยต่อต้านความคิดด้านลบต่างๆได้เป็นอย่างดี
วัคซีนตัวต่อมาคือ การใช้เวลาร่วม หลายครั้งที่คนเรารู้สึกเหงาได้แม้อยู่ท่ามกลางคนมากมาย นั่นเพราะเราไม่ได้ใช้เวลาร่วม แต่แค่อยู่ในสถานที่เดียวกัน การใช้เวลาร่วมไม่ได้หมายความว่าต้องพูดคุยกันตลอดเวลา แต่หมายถึงความรู้สึกสัมผัสว่าต่างอยู่ในขอบเขตความสนใจของอีกฝ่าย ความอบอุ่นจากการใช้เวลาร่วมจะช่วยละลายหัวใจแห่งความเหน็บหนาว จากความเงียบเหงาและอ้างว้าง การได้รู้ว่ามีใครคนหนึ่งเสมออยู่ใกล้ๆเราเป็นยาที่มีพลังอย่างมากในการเอาชนะความโศกเศร้า
วัคซีนสุดท้ายคือ การมองข้ามความต้องการของตนเอง ในทางจิตวิทยาเราพบว่าคนที่มีปัญหาทางจิตใจมักนำตัวเองมาเป็นศูนย์กลางและไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนเพียงใดกับความต้องการของตน ซ้ำร้ายยังใช้นิสัยนี้เพื่อให้อีกฝ่ายพิสูจน์ความรักที่มีต่อตนเอง และเมื่อตนเองรับรู้ว่าความรักที่ได้ดูน้อยลงไปก็แทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป การมองข้ามความต้องการของตนไม่ได้หมายถึงการไม่รักตนเอง แต่หมายถึงการให้ความสนใจกับความต้องการของคนอื่นไม่ต่างจากตนเอง เหมือนคำสอนที่ว่า "รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง" ยาชนิดนี้เป็นเหมือนท่อส่งถ่ายความรักที่ไม่ใช่การตามใจไปเสียทุกอย่าง แต่รู้สึกว่าเรื่องของคนที่อยู่ข้างๆเราเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราด้วย มีคำกล่าวว่าเมื่อเราอยู่ใกล้ใครเราก็จะเป็นเหมือนคนๆนั้น แน่นอนว่าความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวนี้จะปลูกถ่ายจากหัวใจดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่ง และแพร่พันธุ์เมล็ดแห่งความรักที่จะทำให้เราไม่สามารถคิดถึงเรื่องร้ายๆได้อีกเลย
นับเป็นข่าวดีที่เราสามารถค้นพบวัคซีนนี้ได้ไม่ยาก เพราะเรามีสิ่งนี้อยู่ในจิตใจของเราทุกคน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงระวังก็คือ การที่เราจะรวมวัคซีนสามชนิดนี้เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพนั้น เราจำเป็นต้องใช้สารละลายแห่งความเต็มใจ ช่วยในการผสม นั่นเพราะคนที่มีแนวโน้มจะมีความคิดทางลบเช่นนี้ มักจะไวต่อความรู้สึกทางลบและความไม่เต็มใจ ดังนั้นเมื่อจะใช้เวลากับคนที่เราอยากป้องกันความคิดฆ่าตัวตายแก่เขา จงแน่ใจว่าท่านพร้อมที่จะมอบเวลาอย่างยอมรับ โดยมองข้ามความต้องการของตนเองอย่างเต็มใจได้

ความคิดเห็น