การตัดสินใจของเราใครเป็นผู้ตัดสิน

ฉบับที่แล้วผมพูดถึงเรื่องการเลือกชมภาพยนตร์ โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกชมหรือไม่ชมหนังผี สำหรับฉบับนี้ผมเองอยากแบ่งปันเรื่องจิตวิทยาที่มีผลต่อการตัดสินใจ และสิ่งที่ควรเป็นที่มาของการตัดสินใจของเราทุกๆคน ซึ่งในช่วงที่ผมเขียนบทความนี้เป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเพียงไม่กี่วัน ซึ่งนับว่าเป็นอีกเรื่องที่เราต้องตัดสินใจ แต่ผมเคยได้ยินคนคุยกันเรื่องการเมืองว่าสาเหตุที่เขาเลือกใครสักคนในการเลือกตั้ง บางครั้งไม่ใช่เรื่องเหตุผล แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ เช่น “เลือกคนนี้เพราะอยากฟังเขาพูดเวลาอภิปรายในสภา” , “ฉันเลือกคนนี้เพราะเขาหล่อดี” หรือ “ฉันเลือกคนนี้เพราะชอบป้ายหาเสียงของเขา” เป็นต้น แต่พอเรามีข้อถกเถียงกับใครสักคนเรื่องการตัดสินใจของเรา เราจะงัดเอากลไกป้องกันทางจิตออกมาใช่โดยทั้งรู้ตัว และไม่รู้ตัว เมื่อถึงเวลานั้นเราจะมีเหตุผลมากมายมาสนับสนุนการตัดสินใจด้วยอารมณ์ของเรา
ทฤษฎีแรกที่ผมอยากจะพูดถึงคือ ทฤษฎี​เข็มฉีดยา​ (Hypodermic Needle Theory) ​เป็น​ทฤษฎีที่​เชื่อ​ว่า​พลังของสื่อมวลชน​สามารถ​ฉีด​ “​เนื้อหาข่าวสารแบบหนึ่ง​” ​เข้า​ไป​ยัง​กลุ่ม​ผู้​รับสารทุกกลุ่ม​ซึ่ง​เปิดรับสาร​ด้วย​วิธีการเดียว​กัน​และ​สามารถ​ก่อ​ให้​เกิดผลลัพธ์อย่างฉับพลัน​และ​โดย​ตรงอย่างที่​ผู้​ส่งสารตั้งใจ​ไว้(ศศิยา , 2007)​ ​อาจเรียกทฤษฎีนี้ว่า​ “​ทฤษฎีกระสุนปืน​” ​ที่​เปรียบเทียบข่าวสาร​จาก​สื่อ​เป็น​เสมือนกระสุนปืนที่ทะลุทะลวง​เข้า​สู่​ความ​คิด​และ​จิตใจของ​ผู้​รับสาร​และ​ก่อ​ให้​เกิดผลอย่าง​ใด​อย่างหนึ่งทันที​โดย​​ ​ทฤษฎีนี้​ได้​สะท้อนลักษณะการไหลผ่านของข่าวสารแบบทอดเดียว​ (One-Step Flow of Communication) ​จาก​ผู้​ส่งสารไป​ถึง​ผู้​รับสาร​โดย​ตรง ​ทฤษฎีนี้มีรากฐานมา​จาก​หลักการเรียนรู้ทางจิตวิทยา​เกี่ยว​กับ​สิ่งเร้า​และ​การตอบสนอง​ ​ข่าวสาร​จาก​สื่อเปรียบเหมือน​กับ​สิ่งเร้าภายนอกที่ส่งไป​ถึง​ผู้​รับสาร​ ​และ​สามารถ​กระตุ้น​ให้​เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้า​หรือ​ข่าวสาร​นั้น​ ​เช่น​ ​ภาพยนตร์​โฆษณาชวนเชื่อ​สามารถ​กระตุ้น​ให้​ผู้​ชมชาวเยอรมันมี​ความ​รู้สึกต่อต้านชาวยิวในยุคของนาซีเรืองอำนาจ ​ ​หรือการที่สหรัฐอเมริกา​ใช้​สื่อภาพยนตร์ปลุกเร้า​ให้​ประชาชนสมัคร​เข้า​เป็น​ทหาร​ใน​กองทัพ โดยเฉพาะละครวิทยุ​เรื่อง​ The Invasion From Mars ​ที่ออกอากาศ​ใน​วันฮา​โลวีน​ ​เมื่อปี​ ​ค​.​ศ​.1938 ​เป็น​เหตุการณ์ที่ตอกย้ำ​ความ​เชื่อ​ใน​อิทธิพลของสื่อที่ส่งผลกระทบอย่างฉับพลัน​ ​และ​รวด​เร็ว​ ​ทันทีที่​ผู้​ฟัง​ได้​ยิน​จาก​วิทยุว่ามนุษย์​จาก​ดาวอังคารมาบุกโลก​ ​ก็​เกิด​ความ​ตกใจกลัว​และ​พา​กัน​หนีมนุษย์ดาวอังคาร​กัน​อย่างชุลมุนวุ่นวาย​ ​ซึ่ง​แท้จริง​แล้ว​เป็น​เพียงบทนำของละครที่นำ​เสนอ​โดย​ใช้​รูปแบบการอ่านข่าว ผมขอไม่อธิบายถึงกลไกและรายละเอียดของทฤษฏี แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจหลายอย่างของเราถูกชักจูงโดยสื่อได้ เช่น การที่เราซื้อสินค้าบางอย่างทั้งๆที่ไม่จำเป็น หรือซื้อเพราะอยากได้ของแถม แน่นอนว่าแม้แต่การเลือกผู้สมัครในการเลือกตั้ง หรือการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต บางครั้งเราอาจถูกเข็มฉีดยาทางความคิดแบบนี้ได้เหมือนกัน
ปัจจัยต่อมาที่มีผลอย่างยิ่งกับการตัดสินใจก็คือ(Nigel C. Benson, 2007) “พฤติกรรมกลุ่ม (Group Behavior) ประกอบด้วย “การคล้อยตาม (Conformity)” และ “การเชื่อฟัง(Obedience)” ในเรื่องการคล้อยตามนั้นได้มีการทดลองกลุ่มในปี1951 พบว่าประมาณ 1 ใน 3 จะเห็นด้วยกับพฤติกรรมทุกอย่างที่หน้าม้าในกลุ่มแสดงความเห็น แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม และประมาณ 3 ใน 4 จะเห็นด้วยอย่างน้อยหนึ่งเรื่องจากทุกเรื่องที่หน้ามาแสดงความเห็น ดังนั้นหากมีการใช้หน้าม้าเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า สินค้านั้นก็จะได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนที่เราเคยได้ยินว่ามีสินค้าบางอย่างจ้างคนมาเข้าแถวซื้อเพื่อดึงดูดลูกค้าตัวจริง ส่วนเรื่องการเชื่อฟังได้มีการทดลองในปี 1963 โดยให้ผู้ร่วมทดลองสวมบทบาทเป็นครูและทำหน้าที่กดปุ่มช็อตไฟฟ้านักเรียนเมื่อนักเรียนตอบคำถามผิด โดยมีฉากกั้นซึ่งผู้ถูกทดลองจะได้ยินแต่เสียง ทุกครั้งที่กดก็จะมีเสียงโอดโอยขงนักเรียนดังออกมา ผู้ทำการทดลองจะกดดันให้ผู้ถูกทดลองกดกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น ทุกครั้งที่กดไฟฟ้าแรงเท่าใด นักเรียนก็จะร้องด้วยความเจ็บปวดมากเท่านั้น(จริงๆแล้วไม่มีกระแสไฟฟ้า แต่นักเรียนจะแสร้งทำว่าเจ็บปวด) ผลปรากฏว่าทุกคนกดกระแสไฟฟ้าสูงอย่างน้อย 300 โวลต์และมีถึงถึง 62.5% ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าสูงสุด 450 โวลต์ การศึกษาบ่งชี้ว่าเราสามารถถูกชักจูงให้ทำในสิ่งที่ไม่ดีหรือทำร้ายคนอื่นได้ ตัวอย่างที่เราเห็นก็คือในการชุมนุมต่างๆ ผู้นำการชุมนุมมีอิทธิพลอย่างมากในการโน้มน้าวให้กลุ่มทำพฤติกรรมอย่างที่ผู้นำต้องการได้ แม้ว่าอาจจะเป็นพฤติกรรมที่ผิดหลักมนุษยธรรมก็ตาม
สองปัจจัยที่กล่าวถึงเป็นเพียงตัวอย่างของปัจจัยทางจิตวิทยาที่มีผลต่อการตัดสินใจ ซึ่งหมายความว่าบางครั้งการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจในบางเรื่องอาจไม่ได้มาจากภายในความคิดของเราเท่านั้น แต่มาจากอิทธิพลภายนอกอีกด้วย เช่นนั้นแล้วเราควรป้องกันตัวเองจากปัจจัยภายนอกนี้อย่างไรเพื่อให้การตัดสินใจของเรานั้นจะถูกต้อง ในพระคำลูกาบทที่10 ข้อ 42ได้บอกกับเราว่า “สิ่งซึ่งต้องการนั้นมีแต่สิ่งเดียวมารีย์ได้เลือกเอาส่วนดีนั้นใครจะชิงเอาไปจากเธอไม่ได้” มารีย์ได้เลือกเอาความสัมพันธ์และการใช้เวลากับพระเยซูคริสต์เป็นอย่างแรก ในขณะที่มาร์ธาเองได้พิเคราะห์เอาจากสภาพแวดล้อมว่า พระเยซูน่าจะต้องการการเลี้ยงรับรองจากเธอ เธอจึงได้เลือกสิ่งที่สำคัญรองลงไป ความสัมพันธ์กับพระเจ้าช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกทุกสิ่งในชีวิตได้ง่ายขึ้น และเป็นเกราะป้องกันสำหรับจุดยืนที่ไม่สั่นคลอนไปตามภาวการณ์ ท่านคงจำคำตรัสของพระเยซูในพระธรรมลูกาบทที่5ข้อที่4ได้ว่า “..จงถอยออกไปที่น้ำลึกหย่อนอวนลงจับปลา” แม้ซีโมนเปโตรจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เมื่อตัดสินใจเลือกที่จะเชื่อพระเจ้าแล้วก็พบว่า “เมื่อเขาหย่อนลงแล้วก็ล้อมปลาไว้เป็นอันมากจนอวนของเขากำลังปริ” ในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยการตัดสินใจในทุกๆวัน หากเราพึ่งกำลังของเราเองเราก็อาจจะถูกเข็มฉีดยาทางความคิดชักนำเราให้ไขว้เขว หรือเราอาจถูกพฤติกรรมกลุ่มชักจูงเราให้เลือกในบางสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ พระพรที่มากล้นเหมือนปลาที่เต็มอวนจนแทบปริเกิดขึ้นก็เมื่อเราตัดสินใจเชื่อฟังพระเจ้าก่อน และเก็บความสงสัยของเราไว้ เหมือนดังที่อิสราเอลโดยการนำของโยชูวาได้เลือกเอาวิธีการของพระเจ้าที่อาจดูไม่สมเหตุสมผลในสายตาของมนุษย์ แต่ก็สามารถทำให้เอาชนะเมืองเยรีโคได้สำเร็จ หากเราต้องการล้มกำแพงทางความคิดและการตัดสินใจที่บางครั้งเหมือนสิ่งที่มืดแปดด้าน เราสามารถทำได้โดยปรึกษากับที่ปรึกษามหัศจรรย์ของเรา และเหมือนกับที่กษัตริย์เยโฮชาฟัทได้เลือกเอาวิธีการของพระเจ้าจนทำให้สามารถเอาชนะสงครามที่มีศัตรูจำนวนมากได้ด้วยทีมดนตรีและทีมนมัสการ มันฟังดูไม่มีเหตุผลในความคิดของคนทั่วไป แต่พระเจ้าก็ทรงครอบครองและควบคุมอยู่เหนือเหตุการณ์ให้ทุกสิ่งเป็นได้จริง ที่จริงแล้วยังมีตัวอย่างอีกมาทั้งจากในพระคัมภีร์และประสบการณ์ความเชื่อของพี่น้องคริสเตียนที่ผมรู้จักที่จะสนับสนุนในเรื่องนี้ สุดท้ายผมจึงอยากฝากข้อคิดให้กับเราว่า “ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมากแต่พระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละจะดำรงอยู่ได้”(สุภาษิต 19: 21 ) ดังนั้นผมจึงเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่าน “...มอบงานของเจ้าไว้กับพระเจ้าและแผนงานของเจ้าจะได้รับการสถาปนาไว้”(สุภาษิต 16:3) ขอพระเจ้าอวยพรการตัดสินใจของผู้อ่านทุกท่านครับ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม