การตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต

เมื่อใกล้ถึงเทศกาลคริสตมาสหรือปีใหม่หลายคนจะวุ่นวายกับการเตรียมการเฉลิมฉลอง การหาของขวัญ หรือการเตรียมตัวพักผ่อนปลายปี สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปีเหมือนวัฏจักร แต่ไม่ทราบว่าท่านเคยคิดถึงบางสิ่งที่สำคัญ บางสิ่งที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของการดำรงชีวิต ตลอดจนนำท่านไปสู่ความฝันที่เคยตั้งใจไว้บ้างหรือไม่ ผมเชื่อว่าจริงๆแล้วทุกคนต่างมีความใฝ่ฝัน เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป นานจนเราไม่อาจมั่นใจว่าสิ่งที่เคยคาดหวังจะเป็นจริงได้ การย่ำเท้าอยู่กับที่เป็นเวลานานเกินไปทำให้ไฟแห่งความฝันค่อยๆมอดลง ถ้าเป็นเช่นนั้นเทศกาลช่วงสิ้นปีที่มีมาถึงก็จะเป็นเพียงการกินดื่มเพื่อสร้างความสนุกสนานชั่วคราว เพื่อลืมความจริงที่เจ็บปวดไว้เบื้องหลังเท่านั้น คุณอยากเป็นแบบนั้นหรือ?
ช่วงสิ้นปีเป็นโอกาสที่ดีมากที่เราจะรื้อฟื้นตัวเอง เพื่อเป็นพลังส่งเราตลอดปีใหม่ที่จะมาถึงให้เราไปถึงเป้าหมายสูงสุดที่หวังไว้มานาน หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงนึกเหมือนผมใช่ไหมครับว่า เราต่างก็เคยคิดแบบนี้มาแล้ว แต่ทำไมมันจึงไม่เป็นจริงสักที ผมเคยได้ยินบางเรื่องที่น่าจะช่วยสะกิดใจของเราได้ เมื่อใกล้สิ้นปีบรรดาสถานออกกำลังกายมักจะมีโปรโมชั่นน่าสนใจออกมามากมาย เพราะเป็นช่วงที่คนอยากเอาจริงเอาจังกับรูปร่างของตัวเองมากที่สุด คนมากมายจึงแห่กันมาสมัครสมาชิกตามศูนย์ออกำลังกายเหล่านี้ ทีนี้คุณลองนึกภาพตามผมนะครับ สมมติว่าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อโปรแกรมออกำลังกายไว้แบบเหมาจ่ายตลอดปี พอปีใหม่มาถึงคุณจึงรีบตื่นไปออกกำลังแต่เช้า แต่พอคุณมาถึงคุณก็ต้องหงุดหงิด เพราะคนจำนวนมากพากันมาออกกำลังกายจนไม่มีเครื่องออกกำลังกายว่างสักชิ้น คุณรู้สึกเซ็งสุดๆและไปยืนบ่นกับพนักงาน พนักงานก็จะทำถ้าแบบคนที่รู้มากแล้วบอกคุณว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พอหลังวันที่ 14 มกราคม คนพวกนี้ก็จะหายไปหมด เชื่อผมเถอะ มันเป็นอย่างนี้ทุกปีล่ะ” บางทีคุณก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น เพราะสถิติบอกว่า 80% ขึ้นไปของคนที่ตั้งใจจะทำบางสิ่ง จะล้มเลิกความตั้งใจนั้นหลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ คราวนี้เราก็กลับมาสู่วงจรแบบเดิมๆอีกครั้ง คือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มเบื่อหน่ายกับวงจรชีวิตแบบนี้ ผมมีข้อเสนอบางอย่างมาแนะนำครับ บางสิ่งที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง และวิ่งไปถึงทุกๆเป้าหมายที่คุณวางเอาไว้ได้ ประการแรก “คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม” มีหลายคนที่บอกว่าอยากผอมกว่านี้ แต่ไม่เคยชั่งน้ำหนัก หรือบอกกับตัวเองว่าฉันต้องการลดสักกี่กิโลกรัม เป้าหมายที่ไม่ชัดเจนทำให้เราตัดสินทุกเรื่องจากความรู้สึก ซึ่งคุณก็ทราบดีว่าความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่คงที่ เหมือนกับที่บางวันคุณรู้สึกว่าตัวเองอ้วนทั้งๆที่น้ำหนักตัวคุณก็เท่ากับเมื่อวานนี้ ดังนั้นจงมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อคุณสามารถวัดพัฒนาการได้ง่ายๆ โดยไม่อาศัยความรู้สึกของตัวเอง
ประการที่สอง “คุณต้องยอมแลกบางสิ่งที่เป็นความชอบส่วนตัวเพื่อไปถึงเป้าหมาย” ความชอบส่วนตัวบางอย่างของเรามักเป็นสิ่งที่ทำให้เราพูดกับคนอื่นๆบ่อยๆว่า สิ่งดีๆฉันก็อยากทำ แต่ฉันไม่มีเวลา! คุ้นกับคำๆนี้มั้ยครับ ถ้าคุณมักพูดแบบนี้บ่อยๆ ลองสำรวจดูว่ามีของโปรดอะไรหรือไม่ที่รั้งคุณไว้ อาจเป็นโปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่สำคัญ ที่ทำให้คุณตื่นขึ้นมาดูตอนตีสาม ทีนี้ก็ไม่ต้องหวังว่าคุณจะตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้าเพื่อออกกำลังกายหรอก หรือบางทีอาจเป็นนิสัยชอบดูละครของคุณที่ทำให้คุณไม่สามารถมีเวลาเรียนรู้ภาษาเยอรมันอย่างที่คุณตั้งใจเอาไว้ ไม่ใช่ว่าคุณไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างที่คุณชอบได้ แต่คุณต้องถามตัวเองว่าคุณหมกมุ่นกับมันมากแค่ไหน หรือมันขโมยเวลาของคุณไปเท่าไหร่แล้ว เชื่อผมเถอะครับว่าเมื่อคุณไปถึงเป้าหมายแล้วมันจะคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณยอมแลกอย่างแน่นอน
ประการต่อมา “เป้าหมายยิ่งสูงคุณยิ่งต้องจ่ายแพง” ถ้าคุณเคยปีนเขา หรือเอาแค่เดินขึ้นภูกระดึงก็พอ คุณก็คงทราบดีว่า คุณต้องใช้ความพยายามและต้องจ่ายแพงกว่าคุณจะไปถึงข้างบนได้ สิ่งที่เราต้องจ่ายไม่ได้หมายความถึงเงินเสมอไป แต่หมายถึง “เวลา” ที่คุณต้องอดทน และความ “สม่ำเสมอ” เพื่อยืนหยัดในสิ่งที่คุณทำ คุณเคยดูโฆษณานมถั่วเหลือยี่ห้อหนึ่งได้ไหมครับ เด็กคนหนึ่งถามนักวิ่งทีมชาติว่า “ทำยังไงผมถึงจะทำอย่างพี่ได้ครับ?” นักกีฬาคนนั้นตอบว่าอย่างไร? เขาตอบว่า “ก็วิ่งต่อไปสิน้อง อย่าหยุด” ถ้าทุกวันนี้คุณกำลังรู้สึกว่าต้องต่อสู้และกำลังบากบั่นมุ่งไปอยู่ละก็ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีมาก เพราะถ้าคุณไม่หยุดวิ่งเข้าหาเป้าหมาย คุณก็จะเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ
ประการที่สี่ “อย่ากลัวที่จะต้องล้มเหลวบ้าง” คุณเคยดูกีฬาชกมวยไหมครับ นักกีฬาบางคนมีทักษะดีมาก ต่อยไว หมัดหนัก แต่พอถูกสวนจนลงไปให้กรรมการนับ ก็ไม่ยอมลุกขึ้นมาอีกเลย คนพวกนี้ถึงแม้จะมีดีพอจะเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ได้ ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ เพราะเขาถอดใจง่ายเหลือเกิน โทมัส อัลวา เอดิสัน ต้องใช้ความล้มเหลวในการทดลองจำนวนมากเพื่อเป็นฐานไปสู่ความสำเร็จในการประดิษฐ์หลอดไฟขึ้นเป็นครั้งแรก ประธานาธิปดีลินคอห์น แพ้การเลือกตั้งมาตลอดไม่ว่าในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นหรือในระดับรัฐ เขามีเหตุผลมากพอถ้าเขาคิดจะถอดใจ แต่เพราะเขาไม่กลัวความล้มเหลวทำให้เขากลายเป็นประธานาธิปดีสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนนึงเลยทีเดียว จำได้ไหมครับตอนที่เราขี่จักรยานเป็นครั้งแรก เราต้องล้มกี่ครั้งครับกว่าที่เราจะสามารถปั่นจักรยานได้อย่างมั่นคง ยิ่งล้มเหลวมากคุณก็ยิ่งสำเร็จได้มาก โดยมีเงื่อนไขว่าคุณต้องไม่เลิกไปเสียก่อนนะครับ
ประการสุดท้าย “ต้องมีแหล่งพลังสนับสนุนที่บริสุทธิ์” ไม่ทราบว่าเราเคยไปชมภาพยนตร์เรื่อง Star Wars กันบ้างมั้ยครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงกลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่เรียกกันว่า “เจได” เป็นฝ่ายที่มีคุณธรรมและอีกพวกที่ตรงข้ามก็คือพวก “ซิธ” เราได้เห็นว่าเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์นาม “อนาคิน สกายวอร์คเกอร์” เติบโตจนได้กลายเป็นเจไดหนุ่ม มีความกล้าหาญ เอาจริงเอาจัง จนกระทั่งเมื่อได้ถูกครอบงำโดยความชั่วร้าย เขาจึงกลายมาเป็น “ดาร์คเวเดอร์” ปิศาจร้ายที่ทุกคนขยาดกลัว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แรงจูงใจและพลังที่สนับสนุนให้เราไปสู่เป้าหมายนั้นต้องเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ พลังเช่นนั้นคุณจะสามารถพบได้ใน แรงจูงใจในการทำเพื่อส่วนรวม ดังเช่นแม่ชีเทเรซา สุภาพสตรีร่างเล็กที่สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของชาวโลก ยิ่งเป้าหมายของคุณทำเพื่อความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง คุณก็ยิ่งมีพลังที่ไร้ขีดจำกัด
แน่นอนว่าถ้าเราพยายามจะนึกปัจจัยอื่นๆที่นำคุณไปสู่ความสำเร็จ เราสามารถที่จะนึกเพิ่มขึ้นได้อีกมากมาย แต่ที่ผมได้ยกขึ้นมาห้าประการนั้น ผมเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ดังที่ผู้อ่านจะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงรายละเอียดของวิธีการดังที่หนังสือจำนวนมากในท้องตลาดได้กล่าวถึง เพราะเชื่อว่าท่านคงทราบดีอยู่แล้ว หรือสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ไมยากนัก แต่อยากให้แน่ใจว่าการไปถึงเป้าหมายของท่านตั้งอยู่บนพื้นฐานห้าประการนี้ เชื่อว่าในคริสตมาสและปีใหม่ที่จะมาถึงนี้จะไม่ใช่แค่การสนุกเพื่อลืมทุกข์อีกต่อไป แต่จะเป็นการเฉลิมฉลองในการเริ่มต้นความสำเร็จอย่างแท้จริงครับ

ความคิดเห็น

yawaiam กล่าวว่า
บทความนี้มีประโยชน์มาก ๆ เลย

บทความที่ได้รับความนิยม